logo techno
bullet หน้าแรกbullet จ.ภ.พล.bullet แกลลอรี่bullet เว็บบอร์ดbullet ติดต่อเราbullet เกี่ยวกับเรา
กิจกรรมการเรียนการสอน เทคโนโลยีสารสนเทศพื้นฐาน มัธยมศึกษาปีที่ 4
editor
ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์
    เมื่อข้อมูลถูกส่งผ่านเข้ามาทางหน่วยรับข้อมูล (Input Unit) ก็จะถูกส่งต่อเพื่อนำไปจัดเก็บหรือพักข้อมูลไว้ชั่วคราวที่หน่วยความจำ (Memory Unit) ก่อน จากนั้นจึงค่ายๆ ทยอยจัดส่งข้อมูลต่างๆ ที่ถูกนำมาจัดเก็บไว้ ไปให้หน่วยประมวลผล (Processing Unit) เพื่อประมวลผลข้อมูลต่างๆ ที่ถูกส่งเข้ามาก่อนที่จะส่งข้อมูลต่างๆ ที่ผ่านการประมวลผลแล้วไปยังหน่วยสุดท้าย นั่นก็คือ หน่วยแสดงผล (Output Unit) เพื่อทำการแสดงผลออกทางอุปกรณ์ต่างๆ ต่อไป

system

หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
    เป็นส่วนแรกที่ติดต่อกับผู้ใช้ หน้าที่หลักคือ ตอบสนองการสั่งงานจากผู้ใช้แล้วรับเป็นสัญญาณข้อมูลส่งต่อไปจัดเก็บหรือพักไว้ที่หน่วยความจำ ซึ่งอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยรับข้อมูลมีมากมายเช่น Mouse, Keyboard, Joystick, Touch Pad เป็นต้น
หน่วยประมวลผล (Processing Unit)
    ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของเครื่องคอมพิวเตอร์ เปรียบได้กับสมองของมนุษย์ หน้าที่หลักของหน่วยนี้คือ นำเอาข้อมูลที่ถูกจัดเก็บหรือพักไว้ในหน่วยความจำ มาทำการคิดคำนวณประมวลผลข้อมูลทางคณิตศาสตร์ (Arithmetic Operation) และเปรียบเทียบข้อมูลทางตรรกศาสตร์ (Logical Operation) จนได้ผลลัพธ์ออกมาแล้วจึงค่อยส่งข้อมูลที่เป็นผลลัพธ์เหล่านั้นไปยังหน่วยแสดงผลต่อไป อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ก็คือ ซีพียู (Central Processing Unit)
หน่วยความจำ (Memory Unit)
    เป็นหน่วยที่สำคัญ ที่จะต้องทำงานร่วมกันกับหน่วยประมวลผลอยู่โดยตลอด หน้าที่หลักคือ จดจำและบันทึกข้อมูลต่างๆที่ถูกส่งมาจากหน่วยรับข้อมูล จัดเก็บไว้ชั่วคราว ก่อนที่จะส่งต่อไปให้หน่วยประมวลผล นากจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นเสมือนกระดาษทด สำหรับให้หน่วยประมวลผลใช้คิดคำนวณ ประมวลผลข้อมูลต่างๆ ด้วย
หน่วยแสดงผล (Output Unit)
    เป็นหน่วยที่ใช้ในการแสดงผลลัพธ์ที่ได้ออกมาในรูปแบบต่างๆ กันตามแต่ละอุปกรณ์ เช่น สัญญาณภาพออกสู่หน้าจอ และงานพิมพ์จากเครื่องพิมพ์ เป็นต้น

อุปกรณ?คอมพิวเตอร? (Computer hardware)
    
อุปกรณ?คอมพิวเตอร? (Computer hardware) หมายถึง  องค?ประกอบทางกายภาพของระบบคอมพิวเตอร? ซึ่งประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร? และอุปกรณ?ต?อพ?วงต?างๆ

1. อุปกรณ์รับข้อมูล
    หน่วยรับข้อมูลเป็นส่วนที่ทำหน้าที่นำข้อมูลจากภายนอกเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นตัวกลางเชื่อมโยงจากมนุษย์สู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในหน่วยรับข้อมูลนี้ มีหน้าที่แปลงข้อมูลที่ส่งเข้าไปให้อยู่ในรูปของสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ และนำเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อการประมวลผล เครื่องมือในส่วนนี้ เรียกว่า อุปกรณ์นำเข้าข้อมูล (Input Device) ซึ่งมีทั้งประเภทที่มนุษย์ต้องทำการป้อนข้อมูลด้วยตนเองในลักษณะการพิมพ์ การชี้ หรือกระทั่งการวาดรูปด้วยตนเอง ซึ่งอุปกรณ์ลักษณะนี้ที่รู้จักกันดี คือ แป้นพิมพ์ (Keyboard) และเมาส์ (Mouse) นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์นำเข้าข้อมูลในลักษณะของการส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบโดยตรง (Source-data Automation) เพื่อให้การส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยอุปกรณ์เหล่านี้จะอ่านข้อมูลจากแหล่งกำเนิดและส่งเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยตรง ผู้ใช้ไม่ต้องเคลื่อนย้ายหรือคัดลอกหรือพิมพ์สิ่งใดลงไปอีก ทำให้เกิดความรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น ตัวอย่างของเครื่องป้อนข้อมูลประเภทนี้ คือ อุปกรณ์ OCR และ สแกนเนอร์ (Scanner) เป็นต้น
ตัวอย่างของอุปกรณ์นำเข้าข้อมูล ได้แก่

1.1 แป้นพิมพ์ (Keyboard)
    แป้นพิมพ์ หรือ คีย์บอร์ด เป็นอุปกรณ์สำหรับนำเข้าข้อมูลขั้นพื้นฐาน ทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับระบบคอมพิวเตอร์ โดยส่งคำสั่งหรือข้อมูลจากผู้ใช้ไปสู่หน่วยประมวลผลในระบบคอมพิวเตอร์ ภายในแป้นพิมพ์จะมีแผงวงจรหลักที่จะประกอบด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นบางๆ ที่ถูกฉาบด้วยหมึกที่เป็นตัวนำไฟฟ้า เมื่อถูกกดจนติดกันก็จะมีกระแสไฟฟ้าไหลในตัววงจร เมื่อผู้ใช้กดแป้นใดแป้นหนึ่ง ข้อมูลในรูปของสัญญาณไฟฟ้าจากแป้นกดแต่ละแป้นจะถูกเปรียบเทียบรหัส (Scan Code) กับรหัสมาตรฐานของแต่ละแป้นที่กด เพื่อเปลี่ยนให้เป็นตัวอักษร ตัวเลข หรือสัญลักษณ์ไปแสดงบนจอภาพ
การจัดวางตำแหน่งของตัวอักษรต่างๆ บนแป้นพิมพ์ ในส่วนของภาษาอังกฤษ แป้นพิมพ์โดยทั่วไปจะจัดแบบ QWERTY (ตั้งชื่อตามตัวอักษรบริเวณแถวบนด้านซ้าย) ตามมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มใช้แบบ Dvorak โดยคิดว่าสามารถพิมพ์ได้เร็วกว่า เนื่องจากแป้นพิมพ์แบบ QWERTY จงใจออกแบบมาเพื่อไม่ให้พิมพ์ได้เร็วเกินไป ตั้งแต่สมัยของพิมพ์ดีดที่ไม่ใช้ไฟฟ้าหรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งก้านตัวพิมพ์มักจะเกิดการขัดกันเมื่อผู้ใช้พิมพ์เร็วเกินไป ในส่วนของแป้นพิมพ์ภาษาไทยก็แบ่งออกได้ 2 แบบ เช่นกัน คือ
- แป้นพิมพ์ปัตตโชติ ซึ่งเป็นแป้นพิมพ์รุ่นเดิม
- แป้นพิมพ์เกษมณี ซึ่งเป็นแป้นพิมพ์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
แป้นพิมพ์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า คล้ายแป้นพิมพ์ของเครื่องพิมพ์ดีด โดยจะมีปุ่มตัวอักษร สัญลักษณ์ และอักขระต่างๆ ตามมาตรฐานสากล แต่มีแป้นกดที่ทำหน้าที่พิเศษเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีปุ่มต่างๆ ทั้งสิ้น 101 ปุ่ม แต่ปัจจุบันอาจเพิ่มปุ่มพิเศษมากขึ้นอีก เพื่อสนับสนุนการใช้งานกับโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ๆ

keyboard

1.2 เมาส์ (Mouse)
    คือ อุปกรณ์นำเข้าข้อมูลที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้งานง่ายและสะดวกกว่าแป้นพิมพ์มาก เนื่องจากไม่จ้องจดจำคำสั่งสำหรับป้อนเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ มีรูปร่างโค้งๆ งอๆ เหมือนก้อนสบู่ กลไกภายในจะมีลูกกลิ้งกลมสำหรับหมุนใช้กำหนดตำแหน่ง เพื่อเลือกคำสั่งหรือวาดลายเส้นบนจอภาพ ตำแหน่งจุดตัด X และ Y จากเครื่องมือนี้จะสัมพันธ์กับจุดตัด X และ Y บนจอภาพ ทำให้สามารถกำหนดคำสั่งหรือตำแหน่งลายเส้นตามเงื่อนไขในโปรแกรมได้สะดวก
เมาส์สามารถแบ่งออกตามโครงสร้างและรูปแบบการใช้งานได้ 3 แบบ คือ
    - เมาส์แบบลูกกลิ้ง ชนิดตัวเมาส์เคลื่อนที่ (Ball Mouse) อาศัยกำหนดจุด X และ Y โดยกลิ้งลูกยางทรงกลมไปบนพื้นเรียบ (นิยมใช้แผ่นยางรอง เพื่อป้องกันการลื่น)
    - เมาส์แบบลูกกลิ้ง ชนิดตัวเมาส์อยู่กับที่ (Track Ball) อาศัยลูกยางทรงกลมที่ถูกกลิ้งโดยนิ้วมือผู้ใช้ เพื่อกำหนดจุดตัด X และ Y
    - เมาส์แบบแสง (Optical Mouse) มีลักษณะการใช้งานเช่นเดียวกับ Ball Mouse แต่อาศัยแสงแทนลูกกลิ้งในการกำหนดจุดตัด X และ Y โดยแสงจากตัวเมาส์พุ่งลงสู่พื้นแล้วสะท้อนกลับขึ้นสู่ตัวรับแสงบนตัวเมาส์อีกครั้ง (แผ่นรองเป็นแบบสะท้อนแสง) เมาส์จะมีปุ่มอยู่ด้านบน 2-3 ปุ่ม ซึ่งขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิตว่าจะผลิตออกมา เพื่อรองรับโปรแกรมใดบ้าง เนื่องจากบางโปรแกรมอาจต้องใช้ปุ่มกลางในการใช้งาน แต่โดยทั่วๆ ไปแล้วนิยมใช้แค่ปุ่มซ้ายกับปุ่มขวาเท่านั้น การใช้เมาส์ที่ถูกต้อง ควรจับเมาส์ให้พอเหมาะกับอุ้งมือ นิ้วชี้จะอยู่ที่ปุ่มด้านซ้าย ส่วนนิ้วกลางวางที่ปุ่มขวา อุ้งมือสำหรับบังคับให้เลื่อนเมาส์ไปมาได้สะดวก เมื่อเราเลื่อนเมาส์จะพบตัวชี้เมาส์วิ่งไปมาบนจอภาพ แสดงว่าเมาส์กำลังทำงานอยู่ตามปกติ การใช้เมาส์มักจะใช้แผ่นรองเมาส์ ซึ่งเป็นฟองน้ำรูปสี่เหลี่ยม เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกไม่ใช้เกาะติดลูกกลิ้ง หากลูกกลิ้งสกปรกจะทำให้ฝืด เมาส์เคลื่อนที่ลำบาก การทำความสะอาด สามารถถอดลูกกลิ้งออกมาทำความสะอาดได้ และควรทำบ่อยๆ เพื่อไม่ให้สกปรกมากเกินไป

ทนีหำ

1.3 อุปกรณ์โอซีอาร์ (OCR)
    อุปกรณ์โอซีอาร์ (Optical Character Recognition : OCR) เป็นอุปกรณ์ที่รับข้อมูลเข้าสู่ระบบได้โดยตรง โดยใช้เทคนิคในการอ่านค่าของข้อมูลด้วยแสง โดยอุปกรณ์ชนิดนี้จะทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดแสงและรับแสงสะท้อนที่ส่องผ่านกลับมาจากวัตถุ และแปลงรหัสข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจได้

1.4 สแกนเนอร์ (Scanner)
    เป็นอุปกรณ์นำเข้าข้อมูลประเภทที่ไม่สะดวกในการป้อนเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทางคีย์บอร์ดได้ เช่น ภาพโลโก้ วิวทิวทัศน์ ภาพถ่ายรูปคน สัตว์ ฯลฯ เราสามารถใช้สแกนเนอร์สแกนภาพเพื่อแปลงเป็นข้อมูลเข้าไปสู่เครื่องได้โดยตรง หน่วยประมวลผลจะนำข้อมูลที่ได้รับมานั้นแสดงเป็นภาพให้ปรากฏอยู่บนจอภาพ เพื่อนำมาแก้ไขสี รูปร่าง ตัดแต่ง และนำภาพไปประกอบงานพิมพ์อื่นๆ ได้ การทำงานของสแกนเนอร์อาศัยหลักของการสะท้อนแสง โดยเมื่อเราวางภาพลงไปในสแกนเนอร์ ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะวิธีการใช้งานของสแกนเนอร์แต่ละแบบว่าจะใส่ภาพเข้าไปอย่างไร สแกนเนอร์จะทำการฉายแสงไปกระทบกับวัตถุให้สะท้อนไปตกบนตัวรับแสงทีละแถว ข้อมูลในแถวนั้นๆ ก็จะถูกแปลงเป็นจุดเล็กๆ ในลักษณะสัญญาณดิจิตัลเข้าไปเก็บในหน่วยความจำ เมื่อต้นกำเนิดแสงและตัวรับแสงเลื่อนไปยังภาพแถวต่อไป สัญญาณที่ได้จากแถวต่อมาก็จะถูกส่งต่อเนื่องกันไปจนสุดภาพ

scanner

2. ซีพียู หรือ หน?วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
    หน?วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit: CPU) บางทีเรียกว?า Microprocessor หรือ Processor คือ ชิปที่เป็นสมองหลักของคอมพิวเตอร? รับผิดชอบการทํางานของคอมพิวเตอร?เกือบทั้งหมดทั้งทางตรงหรือทางอ?อมโดยผ?านอุปกรณ?อื่น ๆ

ซีพียูหรือหน่วยประมวลผลกลาง จะประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 2 ส่วน คือ
2.1.1 ส่วนควบคุม (Control Unit)
คือ ส่วนที่ทำหน้าที่สร้างและส่งสัญญาณไปควบคุมการทำงานของส่วนประกอบต่างๆ ในระบบคอมพิวเตอร์ คล้ายการส่งสัญญาณควบคุมจากสมองไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ส่วนควบคุมนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูล แต่มีหน้าที่ประสานงานให้ส่วนประกอบต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ
สัญญาณควบคุมจำนวนมาก สามารถเดินทางไปยังส่วนประกอบต่างๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ได้ด้วย ตัวส่งสัญญาณ เรียกว่า บัส (Bus) ซึ่งประกอบด้วย Control Bus, Data Bus และ Address Bus ที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณควบคุม ส่งสัญญาณข้อมูล และส่งตำแหน่งที่อยู่ของข้อมูลในส่วนความจำ ตามลำดับ ดังนั้น บัสจึงเปรียบเสมือนพาหนะที่ใช้ขนส่งข้อมูลไปสู่ส่วนประกอบต่างๆ ของระบบนั่นเอง
2.1.2 ส่วนคำนวณและเปรียบเทียบข้อมูล (Aritmetic and Logic Unit : ALU)
ทำหน้าที่คำนวณและเปรียบเทียบข้อมูล โดยอาศัยหลักการทางคณิตศาสตร์ (Arithmetic) และตรรกศาสตร์ (Logic) ตามลำดับ การประมวลผลด้วยหลักการทางคณิตศาสตร์ คือการคำนวณที่ต้องกระทำกับข้อมูลประเภทตัวเลข (Numeric) เช่น การบวก ลบ คูณ หาร ฯลฯ ให้ผลลัพธ์ที่หลากหลาย แต่การประมวลผลด้วยหลักตรรกศาสตร์ คือการเปรียบเทียบข้อมูล ที่กระทำกับข้อมูลตัวอักษร สัญลักษณ์ หรือตัวเลข (Character) ให้ผลลัพธ์เพียงสองสภาวะ เช่น 0-1, ถูก-ผิด หรือ จริง-เท็จ เป็นต้น
คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง มักมีส่วนคำนวณและเปรียบเทียบ (ALU) เพียงชุดเดียว ยกเว้นในกรณีเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ที่อาจมี ALU มากกว่าหนึ่งชุด ซึ่งมักพบในเครื่องที่มีการประมวลผลแบบ Multi-Processing (ประมวลผลงานเดียว โดยอาศัยตัวประมวลผลหลายตัว)

cpu    cpucpu

หน?าที่สําคัญของซีพียูคือ
1) ภาระด?านงานคํานวณ (Arithmetic and Logic Unit)
2) การประสานงานระหว?างฮาร?ดแวร?ต?าง ๆ (Control Unit)
3) หน?าที่พิเศษซึ่งเป?นลักษณะเฉพาะของซีพียูแต?ละรุ?น เช?น การเพิ่มความสามารถในการแสดงผลด?านภาพและเสียง (Multimedia) การเพิ่มความสามารถในการเข?าใจคําพูด (Speech Recognition) ซึ่งต?องอาศัยซอฟต?แวร?ประยุกต?เพื่อให?สามารถใช?ประโยชน?จากฮาร์ดแวร์ได้เต็มที่
ประสิทธิภาพ คุณสมบัติของซีพียูที่ควรพิจารณา ได?แก?
- บริษัทผู?ผลิต บริษัทที่เป?นผู?นําและคู?แข?งสําคัญในป?จจุบันได?แก? บริษัท Intel ซึ่งผลิต Intel CPU และ บริษัท Advanced Micro Devices ซึ่งผลิต AMD CPU นอกจากนี้ยังมี บริษัท VIA Technologies ผลิต Cyrix CPU ที่มีส?วนแบ?งการตลาดอยู?บ?าง
- รุ?น แต?ละบริษัทจะผลิตซีพียูหลายรุ?น โดยมีประสิทธิภาพเหนือกว?ารุ?นเก?าเสมอ ความแตกต?างระหว?างรุ?นอาจพิจารณาได?หลายด?าน แต?ที่ชัดเจน คือ จํานวนและขนาดของทรานซิสเตอร?ที่เพิ่มขึ้น เช?น ในกรณีของบริษัทอินเทล (Intel) ซีพียู รุ?น 286 ที่ผลิตในป? 1982 มีทรานซิสเตอร?เพียง 34,000 ตัว ในป?จจุบันซีพียู รุ?นเพนเทียม โฟร? (Pentium 4) มีทรานซิสเตอร?เพิ่มขึ้นมากกว?า 55 ล?านตัว ในด้านทรานซิสเตอร?มีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ จากซีพียูรุ?นแรก ๆ ที่ทรานซิสเตอร?มีขนาด 0.9 micron (1 micron = 1/1,000,000 เมตร หรือ 1/1000 มิลลิเมตร) ป?จจุบันขนาดทรานซิสเตอร?ลดลงเหลือเพียง 0.13 micron เท?านั้น
- ความเร็ว ซีพียูทํางานเป?นจังหวะที่คงที่ เรียกว?า สัญญาณนาฬิกาหรือคล็อก (Clock Speed) ซึ่งมีหน?วยเป?น กิกะเฮิรตซ? (Gigahertz : GHz) หรือพันล?านจังหวะต?อ 1 วินาที ดังนั้นซีพียูที่ มีความเร็ว 2.2 GHz จึงทํางานได? 2.2 พันล?าน (2,200,000,000) จังหวะใน 1 วินาที ถ?าเปรียบเทียบซีพียูของบริษัทเดียวกันและรุ?นเดียวกัน ซีพียูที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงกว่าจะมีประสิทธิภาพสูงกว่าซีพียูที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาต่ำกว?า เช?น ซีพียู เพนเทียม 4 ของอินเทลที่มีความเร็ว 1.8 GHz จะเร็วกว?า ซีพียู เพนเทียม 4 ของ อินเทล ที่มีความเร็ว 1.3 GHz แต?ก็สามารถใช?เปรียบเทียบกับซีพียูรุ่นเดียวกันเท?านั้น จะนําไปเปรียบเทียบกับซีพียูต?างบริษัท หรือบริษัทเดียวกันแต?ต?างรุ?นกันไม?ได? เนื่องจากใน 1 สัญญาณนาฬิกา ซีพียูเหล?านี้จะทํางานไม?เท?ากัน เช?น ซีพียูเพนเทียม 4 ของ อินเทล ความเร็ว 1.3 GHz จะนําไปเปรียบเทียบกับ ซีพียู เอ็กซ?พี 1.3 GHz ของ เอเอ็มดี ไม?ได? เนื่องจากถึงแม?จะมีจังหวะการทํางานเท?ากันแต?ปริมาณงานที่เกิดขึ้นในแต?ละจังหวะการทํางานไม?จำเป?นต?องเท?ากัน

สัญญาณนาฬิกาที่เกี่ยวข้องกับซีพียูจะมีอยู่ 2 ส่วนหลักๆ คือ
- สัญญาณนาฬิกาภายในซีพียู เป็นสัญญาณที่ให้จังหวะในการทำงานภายในตัวซีพียูเอง
- สัญญาณนาฬิกาภายนอกซีพียู เป็นสัญญาณที่ให้จังหวะในการทำงานแก่บัส (Bus) ที่ซีพียูใช้รับส่งข้อมูลกับหน่วยความจำ คือ เส้นทางลำเลียงข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่ 2 อุปกรณ์ขึ้นไป โดยบันไดที่เชื่อมต่อระหว่างซีพียูกับหน่วยความจำนี้จะเรียกว่า Front Side Bus (FSB) ทั้งนี้ ความเร็วของสัญญาณนาฬิกาภายนอกซีพียู หรือความเร็วของ FSB นั้น จะสัมพันธ์กับความเร็วของสัญญาณนาฬิกาภายในซีพียู ดังสมการนี้

ความเร็วของสัญญาณนาฬิกาภายในซีพียู = ตัวคูณ x ความเร็วของ FSB

หน่วยความจำแคช (Cache Memory)
    หน่วยความจำแคช (Cache Memory) คือ หน่วยความจำความเร็วสูง ที่มีหน้าที่เก็บข้อมูลหรือคำสั่งต่าง ๆ ที่ซีพียูมักเรียกใช้งานบ่อยๆ ไว้ชั่วคราว เพื่อลดภาระการทำงานระหว่างซีพียูกับหน่วยความจำแรม ซึ่งซีพียูสามารถเรียกใช้ข้อมูลในหน่วยความจำแคชได้เลยทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาติดต่อกับหน่วยความจำแรมหรือฮาร์ดดิสก์ ซึ่งจะช้ากว่ามาก
หน่วยความจำแคชจะใช้วงจรแบบ Static RAM ซึ่งมีความเร็วสูง แต่ก็มีความร้อนสูง หน่วยความจำแคชนี้ โดยมากแล้วจะมีอยู่ 2 ระดับ (Level) คือ แคชระดับ 1 หรือ Level 1 (L1 Cache) จะอยู่ภายในซีพียูและมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก และแคชระดับ 2 หรือ Level 2 (L2 Cache) ซึ่งปัจจุบันก็จะอยู่ภายในตัวซีพียูเช่นเดียวกัน และในซีพียูบางรุ่นอาจมีการเพิ่มแคชระดับ 3 เข้าไปด้วย

พัดลมซีพียู (CPU Fan)
    พัดลมซีพียู (CPU Fan) ทําหน้าที่ระบายความร้อนออกจากตัวซีพียู โดยประสิทธิภาพของพัดลม จะดูจากค่าอัตราการเคลื่อนที่ของอากาศ (Air Flow) ของพัดลม ยิ่งมีค?ามากยิ่งดี แต?ก็ต?องพิจารณาเรื่องเสียงดังของพัดลมด?วย เพราะพัดลมที่ดูดอากาศได?มากก็มีเสียงดังมากตามไปด?วย อุปกรณ?ประกอบที่ช?วยในการระบายความร?อนอีกชิ้นหนึ่ง คือฮีทซิงค?(Heatsink) ทําจากวัสดุที่นําความร?อนได?ดีจําพวกอลูมิเนียม เนื่องจากมีราคาถูกและนําความร?อนได?ดีระดับหนึ่ง แต?ก็มีฮีทซิงค?ที่ทําจากทองแดงซึ่งมีคุณสมบัตินําความร?อนดีกว?าอลูมิเนียมมากแต?ก็มีข?อเสียที่ทองแดงคายความร?อนออกได?ค?อนข?างช?าจึงไม?เหมาะกับสภาพอากาศร?อนหากใช?งานในสภาพที่ไม?มีเครื่องปรับอากาศช?วย ฮีทซิงค?แบบทองแดงจะเกิดความร?อนสะสมมากกว่าแบบอลูมิเนียม อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม?ได?เลย คือสาร Thermal Compound สารเคมีที่เราเรียกกันติดปากว?า "ซิลิโคน" ช่วยในการถ?ายเทความร?อนจากซีพียูไปยังฮีทซิงค? เนื่องจากฮีทซิงค?มีหน?าสัมผัสไม?เรียบสนิท จะมีช?องว?างเล็กๆ เกิดขึ้นที่ผิวหน้าด้านสัมผัสกับซีพียูทําให?การระบายความร?อนไม?ดีพอ ซิลิโคนจะช?วยทําให?ผิวหน?าสัมผัสเรียบ ขึ้นอีกทั้งซิลิโคนที่มีค่าความสามารถในการนําความร?อน (Thermal Conductivity)สูงช?วยลดอุณหภูมิซีพียูได?มาก ซิลิโคนนี้มีให?เลือกใช้?หลายแบบผลิตจากวัสดุหลายชนิดถ?าเรียงลําดับจากดีที่สุดไปน?อยสุดจะเรียงลําดับดังนี้ Silver Oxide, Copper Oxide, Aluminium Oxide, Zinc Oxide (ซิลิโคนสีขาวที่เราใช?กันทั่ว ๆ ไป)

cpufan

3. หน่วยความจำหลัก >>

 
 

    All contents copyright © 2008-2010, Nominal Team All Rights Reserved.